ใช้วัสดุก่อสร้างที่ช่วยกันความร้อน
✅ หลังคาสะท้อนความร้อน
-
ใช้กระเบื้องหลังคาสีอ่อน เช่น กระเบื้องเซรามิก หรือเมทัลชีทบุฉนวน
-
ติดตั้ง ฉนวนกันความร้อนใต้หลังคา เช่น PU Foam หรือแผ่นสะท้อนความร้อน
✅ ผนังกันความร้อน
-
ใช้อิฐมวลเบา หรืออิฐสองชั้น ลดการนำความร้อนเข้าบ้าน
-
ทาสีผนังภายนอกเป็น สีโทนอ่อน ช่วยสะท้อนความร้อน
✅ พื้นบ้านช่วยลดความร้อน
-
พื้นกระเบื้อง, หินธรรมชาติ หรือไม้จริงช่วยให้บ้านเย็นกว่าพื้นปูนหรือกระเบื้องแกรนิตโต้
-
ยกพื้นบ้านสูงจากพื้นดิน 30-50 ซม. เพื่อลดการสะสมความร้อนใต้บ้าน
📌 3. ติดตั้งฉนวนกันความร้อนให้บ้าน
✅ ใต้หลังคา: ใช้ฉนวนใยแก้ว, PU Foam หรือแผ่นสะท้อนความร้อน
✅ ผนังบ้าน: ติดแผ่นฉนวนกันร้อนระหว่างชั้นอิฐ หรือใช้โฟม EPS
✅ กระจกหน้าต่าง: ใช้ กระจกเขียวตัดแสง หรือกระจก Low-E เพื่อลดแสงแดดและรังสีความร้อน
📌 4. ใช้ต้นไม้และสวนช่วยลดความร้อน
✅ ปลูกต้นไม้ใหญ่ทางทิศตะวันตก
-
เช่น ต้นปีบ, ต้นมะฮอกกานี, ต้นหูกระจง บังแดดช่วงบ่าย
✅ ทำสวนแนวตั้งหรือระแนงไม้
-
ปลูกไม้เลื้อย เช่น ตีนตุ๊กแก พวงแสด เพื่อช่วยกันความร้อน
✅ ใช้พื้นสวนแทนพื้นคอนกรีต
-
พื้นดิน หญ้า หรือกรวดช่วยให้ระบายความร้อนได้ดีกว่าปูน
✅ ทำบ่อน้ำหรือสระน้ำใกล้บ้าน
-
ช่วยเพิ่มความชื้นให้กับอากาศรอบบ้าน ทำให้เย็นขึ้น
📌 5. เพิ่มระบบระบายอากาศ
✅ ช่องลมใต้หลังคาและฝ้าระบายอากาศ
-
ติดตั้งฝ้าเพดานที่มีช่องระบายลมใต้ชายคา
✅ ติดตั้งพัดลมระบายอากาศ
-
ใช้พัดลมดูดอากาศในห้องครัว ห้องน้ำ หรือใต้หลังคา
✅ ทำปล่องระบายความร้อน (Ventilation Tower)
-
ดึงอากาศร้อนขึ้นด้านบนและระบายออก
📌 6. ใช้พลังงานหมุนเวียน
✅ ติดตั้งแผงโซล่าเซลล์
-
ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ ลดค่าไฟฟ้า
✅ ใช้หลอดไฟ LED
-
ประหยัดพลังงานและไม่ปล่อยความร้อนเท่าหลอดไส้
✅ ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 และ Inverter
-
เช่น แอร์ Inverter, ตู้เย็นประหยัดพลังงาน
📌 สรุป: เทคนิคทำให้บ้านเย็นอยู่สบาย
✅ หันบ้านให้รับลมทางทิศเหนือ-ใต้
✅ ใช้วัสดุก่อสร้างที่กันความร้อน เช่น อิฐมวลเบา, ฉนวนกันร้อน
✅ ติดตั้งช่องระบายอากาศใต้หลังคา และใช้กระจกตัดแสง
✅ ปลูกต้นไม้บังแดด และทำพื้นสวนแทนพื้นปูน
✅ ใช้พัดลมดูดอากาศและปล่องระบายความร้อน
✅ ใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น โซล่าเซลล์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน